Archive for January, 2010

8th January
2010
written by

ต่อต้านมัสยิด

ประเด็นร้อนในโลกมุสลิมช่วงนี้คงจะหนีไม่พ้นการที่ยุโรป ได้เริ่มออกกฏหมายต่างๆเข้ามาบังคับกรีดกันหลายๆอย่างในศาสนาอิสลามอย่างโจ่มแจ้งและกว้างขวาง อันได้แก่ กฏหมายห้ามคลุมฮิญาบ เข้าโรงเรียน มหาลัย สถานที่ราชการ การถ่ายรูปติดบัตรประชาชน ซึ่งผมเองเคยศึกษาอยู่ที่ประเทศเบลเยี่ยม ทราบเป็นอย่างดีว่าถึงแม้ว่ากฏหมายต่างๆยังไม่ออก แต่ก็มีกฏของโรงเรียนอยู่เกือบทุกที่ ที่นักเรียนหญิงมุสลิมะห์ ต้องถอดผ้าคลุมออกทันทีที่เดินเข้ามาในรั้วโรงเรียน และจะใส่ได้อีกทีก็ต่อเมื่อออกจากโรงเรียน แต่ที่เพิ่งมาเป็นข่าวใหญ่โตเมื่อปีที่แล้วก็คงจะมาจากการผลักดันให้เป็นกฏหมายของประเทศในหลายๆประเทศ เช่น ฝรั่งเศส เบลเยี่ยม เยรมัน เนเธอแลนดิ์ เดนมาร์ก สวีเดน และประเทศอื่นๆ ซึ่งนำโดยพรรคขวาจัด อย่างเช่น Front National ของฝรั่งเศส และ Vlaams belang ของเบลเยี่ยม ซึ่งนโยบายไม่เอาชาวต่างชาติ ต่างภาษา ต่างเผ่าพันธุ์ เป็นนโยบายหลัก พูดกันภาษาที่ฝรั่งชอบพูด ก็คือ Racisme หรือการเหยียดผิวนั่นเอง แต่ Racisme ไม่ได้หมายความว่าเหยียดผิวอย่างเดียว แต่รวมไปถึงการไม่ยอมรับอะไรที่แปลกใหม่ ไม่เหมือนเรา พรรคเหล่านี้เป็นพรรคที่ ถูกจับตามองจากคนในระดับอาจารย์และนักศึกษาอย่างมาก เพราะถือว่าเป็นพรรคที่อันตรายและกำลังติบโตขึ้นอย่างหนัก โดยคนที่สนับสนุนส่วนมากจะเป็นคนสูงอายุลงมาถึงวัยกลางคนเพราะรับไม่ได้กับการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้น แต่ในระดับเด็กๆเยาวชนจะพบน้อยเนื่องจากกลุ่มเยาวชนจะมีเพื่อนเป็นต่างชาติกันมาก

ตอนเด็กๆผมโตที่เมืองไทย ดูหนังในโทรทัศน์ มีเรื่องการเหยียดผิว คนขาว คนดำที่อเมริกาในสมัยก่อนๆ ผมเข้าใจว่าเรื่องพวกนี้หมดไปจากโลกใบนี้นานแล้ว เนื่องจากหลายๆประเทศ เคารพในสิทธิ์มนุษยชน แต่พอมาใช้ชีวิตช่วงวัยรุ่นที่ยุโรป ความคิดเดิมๆนั้นเปลี่ยนไป เราถูกมองว่าเป็นต่างชาติ บางครั้งถูกปฏิบัติเยี่ยงพลเรือนประเภท 2 แม้กระทั้งจากบรรดาอาจารย์ที่โรงเรียนเอง ประสพการณ์ชิีวิตพวกนี้ผมคงจำได้อย่างชนิดที่ว่าไม่มีวันลืมเลย……… แน่นอนผมมีเชื้อชาติทางเอเซียเป็นคนผิวเหลือง จึงอาจจะโดนน้อยกว่าชาวอาหรับ…

มัสยิดในเบลเยี่ยม ตั้งอยู่กลางเมืองหลวงของยุโรป

ครั้งนึงเคยฟังคำปราศัยของ ประธานาธิปดี Nicolas Sakouzy เป็นคำกล่าวไม่นานหลังได้รับตำแหน่ง และเป็นคำกล่าวที่บาดใจชาวฝรั่งเศส ที่มีเชื้อชาติเดิมเป็นต่างชาติไม่น้อย จนทำให้เกิดการจราจลขึ้นกลางเมืองหลวง (ปารีส) ขึ้น… เขาประกาศกล่าวจะผลักดันต่างชาติออกนอกประเทศ…….

ในเบลเยี่ยมที่ผมอยู่เองก็เคยมีการจราจลระหว่างวัยรุ่นผู้คลั่งชาติ กับ วับรุ่นต่างชาติ แล้ว เมื่อประมาณ 1 ปีก่อน ถึงขนาดมีการขู่ฆ่าเอาชิวิตกันเลย go on..

ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหลายทั้งปวงนั้นมาจากการปลุกปั่นของพรรคขวาจัดนั่นเอง….. ผลงานอันเห็นได้ชัด อีกชิ้นหนึ่งนั่นก็คือ พรรคขวาจัดของสวิสหรือพรรค SVP ได้พยายามขัดขวางการสร้างหออะซานสูงในมัสยิดโดยข้ออ้างว่าเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนากึ่งการปกครอง จนรัฐบาลสวิส ต้องทำประชามติ ซึ่งสรุปออกมาแล้วมีคนแนนเสียงต่อต้านการสร้างหออะซานทั้งสิ้น ประมาณ 54% ซึ่งเป็นเสียงข้างมาก ผลที่เกิดคะแนนที่พลิกขั่วจากความคาดหมายของประเทศที่เป็นประเทศเสรี เคารพหลักสิทธิ นั่น หลายฝ่ายชี้ว่าเกิดจากการโฆษณาอย่างหนักของพรรคขวาจัด จนทำให้เกิดการหวาดกลัว จนถึงการลงคะแนนในที่สุด

สถานีรถไฟ

แม้ว่ามุสลิม สามารถละหมาดได้ทุกที่อยู่แล้ว และมัสยิดในสมัยก่อนเองก็ไม่มีหออะซาน ท่านบิลาลยังเคยปีนไปอะซานบนกะห์บะเลยเนื่องจากสมัยนั้นยังไม่มีหออะซาน แต่มติของประชาชนชาวสวิสนี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงอัตราอันตรายของแนวคิดชาตินิยม ที่กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และชี้ถึงความรังเกลียดอิสลามอย่างเห็นได้ชัด ครั้งนึงสวิสเคยปฏิบัติแบบนี้กับชาวยิวโดยการห้ามการเชือดสัตว์ในพิธีศาสนาของชาวยิวเพื่อต้องการกำจัดยิวออกนอกประเทศ ผมมองว่าสักวันนึงสวิสเองจะต้องตระหนักถึงการตัดสินใจอันผิดพลาดนี้ อย่างไรก็ดี ประชาคมมุสลิมในสวิสเองก็ประกาศว่าจะนำเรื่องนี้ขึ้นต่อสู้ในชั้นศาล…

ผมคงจะต้องติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด…

วัดไทยในสวิส

Previous